ขับรถไปหลวงพระบาง

(1/5) > >>

jeep:

ขับรถไปหลวงพระบาง
เริ่มจากดูสารคดีท่องเที่ยวในเว็บ ทำให้เกิดอารมย์ อยากขับรถไปเที่ยวต่างประเทศ มีหลายท่านขับไปธิเบต จีน ลาว เวียดนาม มาเลย์ สิงค์โปร แล้วนำมาเล่าสู่กันในเว็บไซค์ ก็เลยอยากตามรอยเท้า ของท่านผู้กล้าทั้งหลายที่นำไปก่อน แต่ก็เกิดความกังวลบ้างในกรณีเอารถข้ามแดน แต่ก็ได้ความรู้จากเว็บไซค์ต่างๆว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง อันดับแรกเลยก็ 
1พาสปอตร์ของทุกท่านที่จะไป 
2พาสปอตร์รถยนต์เล่มสีม่วง ขอทำได้ที่ขนส่งทั่วประเทศ  อันนี้ใช้เวลาทำประมาณ10 นาที  ค่าเล่ม 55 บาท ค่าแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ 200 บาท รวม 255 บาท
3ใบขับขี่รุ่นใหม่สมาทการ์ตขับได้ 10ประเทศอาเ ซียนโคตรเท่ห์  250 บาท
4สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ พร้อมสำเนา
5สิ่งนี้สำคัญมาก ก็คือเงินในกระเป๋า ทริปนี้ใช้เงินเป็นล้าน คือว่าจะไปประเทศลาวเงินกีบ 1 บาทแลกได้ 250 กีบ
รถพร้อม คนพร้อม เงินพร้อม ก็ออกเดินทางเลย ออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้า เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ตืนเต้นมากที่จะได้ เดินทางขับรถยนต์ไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ถึงโคกกรวดประมาณหกโมงเช้า นัดกับเพื่อนเอาไว้อีกหนึ่งครัว สรุป รถสองคัน คนสิบคน แล้วก็ไปกันเลย ระหว่างทางแวะทานข้าวที่เมืองพล ต้มเลือดหมู เดินทางต่อถึงด่านชายแดน สพานมิตรภาพไทยลาวก็สิบเอ็ดโมงกว่าๆ  เติมน้ำมันถังที่สองที่หนองคาย เตรียมตัวทำเรื่องผ่านแดน ไทยลาวทุกคนใช้พาสปอรต์ รวมทั้งรถยนต์สองคันที่ทำพาสปอรต์รถเล่มสีม่วง ว่าไปแล้วขนส่งทำงานได้ไวมาก ไม่ถึงสิบห้านาที่ก็เรียบร้อย
เอกสารผ่านไทยของรถก็มี
1 พาสปอตร์รถเล่มสีม่วง
2 คู่มือจดทะเบียนรถ
3 เอกสาร ตม.2 , ตม3 ขอได้ที่ด่าน แล้วกรอกรายละเอียดเกียวกับรถ และผู้โดยสาร
เอกสารทั้งหมด รถ,คน ยื้นพร้อมกัน ตม.ตรวจแล้วก็ ผ่านได้เลย ขับรถไปที่สพานมิตรภาพ ก่อนขึ้นสะพาน จ่ายค่าสะพาน 30 บาท แล้วก็ตะลุยเลยเมืองลาว
ส่วนขับรถไปลาวใต้ ดูน้ำตกหลี่ผี-คอนพะเพ็ง-ผาส้วม ดูได้ใน http://pakchong1.com/forum/index.php?topic=2655.msg4057#msg4057

jeep:
  ผ่านแดนมาเรียบร้อย ต่อมาก็ถึงพิธีการ ทำเรื่องเข้าแดนลาวต้องกรอก เอกสารนิดหน่อยก็เสร็จเอกสารบางส่วนเราไม่เข้าใจ ก็ถามเจ้าหน้าที่ลาวเลย แนะนำดีมาก
1 เสียค่าธรรมเนียมรถยนต์เข้าลาว 160 บาท
2 ซื้อประกันรถยนต์ฝั่งลาวอีก 205 บาท ใช้ได้เจ็ดวันจะมีสติกเกอร์ติดหน้ารถให้
ร่วมค่ารถเข้าลาวกับประกัน365บาท คนไม่เสีย  ต่อจากนั้นก็ออกเดินทางเข้าประเทศลาว มุ่งตรงสู่นครเวียงจันทร์ โดยสภาพบ้านเรือนระหว่างทางเปลี่ยนไปมาก เมื่อความเจริญเข้ามา สูญเสียความเป็นลาวในอดีต อาหารมื้อแรกในลาว เราแวะกินข้าวเปียกก็คล้ายก๋วยเตียวน้ำบ้านเรา ก่อนถึงเทางเข้าเวียงจันทร์ เก้าคนหมดไป แปดหมื่นเจ็ดพันกีบ โอโห้มื้อแรกก็ล่อไปเกือบแสน เงินที่แลกมาจากด่านลาวครัวละหนึ่งล้านกีบ  จะพอไหมอยู่ตั้งสี่วัน แลกเงินตอนมาคิดว่าเป็นเศรษฐีพกเงินเป็นล้าน    ผ่านเ วียงจันทร์ ขบวนของเราใช้ความเร็วประมาณ 50-60 กิโลเมตร ขับรถในลาวชิดข้วา บ้านเราชิดซ้าย ขับใหม่ๆจะดูแปลกๆ ขับไปซักพักก็ชิน พวกเราตื่นตากับวิวของบ้านเมืองลาว ช่วงออกจากเวียงจันทร์  ประมาณ 20 กม.บ้านเรื่อนเริ่มห่างกัน เป็นบ้านชั้นเดียวซะส่วนมาก

jeep:
ส่วนมาก ผ่านชุมชนเวลาบ่ายๆ รร.ในลาวเลิกเรียน ได้เห็นเด็กนักเรียนเดินกลับบ้านตลอดทางจนถึง บ้านโพนโฮง เป็นชุมชนอยู่ทางแยกที่จะไปเขื่อนน้ำงึม พวกเราผ่านไปเลยช่วงนี้ ขับมาซักพักก็เห็นตำรวจลาวหน้าตาตื่นวิ่งออกมาจากป้อม เรียกให้หยุดรถ แล้วขอดูเอกสารผ่านแดนของรถ เอาเอกสารให้พี่แกดู พี่แกพลิกไปพลิกมา แล้วก็ถามหาใบขับขี่ เราก็เลยเอาออกมาให้ดูจากกระเป๋า พอแกเห็นใบขับขี่สมาท์การ์ดที่พึ่งทำมาก็รีบบอกให้ไปได้  ขับต่อมาได้ประมาณสักสองสามกิโล เห็นเด็กนักเรียนที่ลาว เดินกลับบ้านเป็นแถวๆ ทำให้นึกถึงสมัยเรายังเรียนประถมอยู่ เลยจอดรถแจกขนมที่เตรียมมาทานระหว่างทาง เด็กนักเรียนลาวดีใจกันมาก มะรุมมะตุ้มกันเลย ขนมหนึ่งตระกร้าหมดลงไปในพริบตา

jeep:
     ขับต่อไปจนถึงบ้านหินเหิบ ข้ามสะพานที่ทำด้วยเหล็ก คล้ายๆกับสะพานเวลาที่เราดูหนังสงคราม เป็นสะพานแคบ ข้ามได้ที่ละฝั่ง มองลงไปข้างล่างเห็นสายน้ำน่าเล่นมากเป็นลำธารตื้นๆ น้ำใสเห็นก้อนกรวดในน้ำเลย  ไปต่อจนถึง บ้านห้วยน้ำหม่อน เห็นแผงขายปลาที่ชาวบ้านนำมาจาก น้ำงึม ทำเป็นปลาแห้ง ปลาร้าขายให้กับผู้ผ่านทาง มีรถโดยสารลาวจอดให้ผู้โดยสารลงยืดเส้นยืดสาย รถโดยสาร ระหว่างเวียงจันทร์-หลวงพระบาง เป็นรถบัสขนาดกลาง ที่บรรทุกตั้งแต่คน ไก่หมู มอเตอร์ไซค์บนหลังคา เห็นมีฝรั่งนั้งมาสักครึ่งคันถามดู บอกว่าจะไปวังเวียง

jeep:
ออกจากห้วยน้ำหม่อน ไม่นานก็ถึง วังเวียงที่พวกเราจะค้างกันที่นี่  ก่อนที่จะไปหลวงพระบางต่อ พวกเราขับรถตะเวณหาที่พักในวังเวียง วนรอบเมืองผ่านสนามบินร้าง ที่ทหารไอ้กันสร้างไว้ตอนสงคราม  ไปได้ที่พัก ชื่อ แฮคำ ราคา 500 บาท สะอาดห้องใหญ่ดี มีน้ำร้อน ตู้เย็น แอร์ และที่สำคัญจะยัดเข้าไปกี่คน เจ้าของไม่ว่าใจดี เข้าที่พักอาบน้ำอาบท่ากันแล้ว ก็เช่าจักรยานขี่ชมเมืองกัน คันละ 10000 กีบ เช่ามาห้าคัน ขี่ชิดข้วาตามกันเป็นแถว เด็กๆก็สนุกดี ขี่ไปประมาณครึงชั่วโมง ก็ทั่วเมืองวังเวียง ท้องฟ้าก็เริ่มหมดแสง พวกเราหาอาหารเย็นทาน ผ่านร้านอาหารเห็นปลาปิ้ง กับบาบิคิว ก็เลยแวะร้านนี้ สั่งอาหารกันเลย หมูกรอบสองจาน กุนเชียงทอดสี่ชิ้น บาบิคิวหกไม้ ปลานิลสองตัวๆละประมาณครึ่งโล ลาบหมูหนึ่งจาน    ข้าวเหนียวสี่ที่ น้ำสี่ขวด ตอนเก็บเงินเห็นเจ้าของรวมหัวกันคิดเงินให้วุ่นไป ค่าเสียหายมื้อนี้ 270,000 กีบ โอโห้ถ้าเป็นเงินไทยก็ 1200 กว่า มื้อนี้ทานอาหารผิดที่ ไปกินที่โซนนักท่องเทียว ไม่ได้ไปกิน แถวที่ชาววังเวียงเขากินกัน ในกลุ่มมีแยกไปกินข้าวผัดสองจานน้ำสองขวดโดนไป 50’000 กีบ 200  บาท ยังไม่เจ็บก่อนเข้าที่พัก ซื้อโรตีจากรถเข็นมีแม่หญิงลาวหน้าตาจิ้มลิ้มขาย โรตีใส่นมสองอัน โดนไป 20000 กีบ อันละ 40 บาท บ้านเราไม่เกิน 10 บาท ต้อนรับนักท่องเที่ยวไง เข้าที่พักด้วยความแค้นก็เลย ต้มมาม่า ที่เตรียมมาสี่ซอง ล่อมาม่าซะพุงกลาง คืนนี้หลับสบาย

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป