ปากช่องชุมชนคนหลังเขา
ตุลาคม 24, 2014, 11:07:40 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: การใช้บอร์ด กรุณาสมัครสมาชิกก่อน ท่านก็จะสามารถตั้งกระทู้ ตั้งคำถามและตอบคำถามได้
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขับรถไปหลวงพระบาง  (อ่าน 18625 ครั้ง)
jeep
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2009, 11:20:23 PM »


ขับรถไปหลวงพระบาง
เริ่มจากดูสารคดีท่องเที่ยวในเว็บ ทำให้เกิดอารมย์ อยากขับรถไปเที่ยวต่างประเทศ มีหลายท่านขับไปธิเบต จีน ลาว เวียดนาม มาเลย์ สิงค์โปร แล้วนำมาเล่าสู่กันในเว็บไซค์ ก็เลยอยากตามรอยเท้า ของท่านผู้กล้าทั้งหลายที่นำไปก่อน แต่ก็เกิดความกังวลบ้างในกรณีเอารถข้ามแดน แต่ก็ได้ความรู้จากเว็บไซค์ต่างๆว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง อันดับแรกเลยก็ 
1พาสปอตร์ของทุกท่านที่จะไป 
2พาสปอตร์รถยนต์เล่มสีม่วง ขอทำได้ที่ขนส่งทั่วประเทศ  อันนี้ใช้เวลาทำประมาณ10 นาที  ค่าเล่ม 55 บาท ค่าแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ 200 บาท รวม 255 บาท
3ใบขับขี่รุ่นใหม่สมาทการ์ตขับได้ 10ประเทศอาเ ซียนโคตรเท่ห์  250 บาท
4สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ พร้อมสำเนา
5สิ่งนี้สำคัญมาก ก็คือเงินในกระเป๋า ทริปนี้ใช้เงินเป็นล้าน คือว่าจะไปประเทศลาวเงินกีบ 1 บาทแลกได้ 250 กีบ
รถพร้อม คนพร้อม เงินพร้อม ก็ออกเดินทางเลย ออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้า เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ตืนเต้นมากที่จะได้ เดินทางขับรถยนต์ไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ถึงโคกกรวดประมาณหกโมงเช้า นัดกับเพื่อนเอาไว้อีกหนึ่งครัว สรุป รถสองคัน คนสิบคน แล้วก็ไปกันเลย ระหว่างทางแวะทานข้าวที่เมืองพล ต้มเลือดหมู เดินทางต่อถึงด่านชายแดน สพานมิตรภาพไทยลาวก็สิบเอ็ดโมงกว่าๆ  เติมน้ำมันถังที่สองที่หนองคาย เตรียมตัวทำเรื่องผ่านแดน ไทยลาวทุกคนใช้พาสปอรต์ รวมทั้งรถยนต์สองคันที่ทำพาสปอรต์รถเล่มสีม่วง ว่าไปแล้วขนส่งทำงานได้ไวมาก ไม่ถึงสิบห้านาที่ก็เรียบร้อย
เอกสารผ่านไทยของรถก็มี
1 พาสปอตร์รถเล่มสีม่วง
2 คู่มือจดทะเบียนรถ
3 เอกสาร ตม.2 , ตม3 ขอได้ที่ด่าน แล้วกรอกรายละเอียดเกียวกับรถ และผู้โดยสาร
เอกสารทั้งหมด รถ,คน ยื้นพร้อมกัน ตม.ตรวจแล้วก็ ผ่านได้เลย ขับรถไปที่สพานมิตรภาพ ก่อนขึ้นสะพาน จ่ายค่าสะพาน 30 บาท แล้วก็ตะลุยเลยเมืองลาว
ส่วนขับรถไปลาวใต้ ดูน้ำตกหลี่ผี-คอนพะเพ็ง-ผาส้วม ดูได้ใน http://pakchong1.com/forum/index.php?topic=2655.msg4057#msg4057


* IMG_0791.jpg (62.66 KB, 451x600 - ดู 5849 ครั้ง.)

* IMG_0788.jpg (66.67 KB, 402x600 - ดู 5870 ครั้ง.)

* IMG_0787.jpg (46.13 KB, 435x600 - ดู 5915 ครั้ง.)

* pabang.jpg (16.31 KB, 157x200 - ดู 8086 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2009, 11:26:34 PM »

  ผ่านแดนมาเรียบร้อย ต่อมาก็ถึงพิธีการ ทำเรื่องเข้าแดนลาวต้องกรอก เอกสารนิดหน่อยก็เสร็จเอกสารบางส่วนเราไม่เข้าใจ ก็ถามเจ้าหน้าที่ลาวเลย แนะนำดีมาก
1 เสียค่าธรรมเนียมรถยนต์เข้าลาว 160 บาท
2 ซื้อประกันรถยนต์ฝั่งลาวอีก 205 บาท ใช้ได้เจ็ดวันจะมีสติกเกอร์ติดหน้ารถให้
ร่วมค่ารถเข้าลาวกับประกัน365บาท คนไม่เสีย  ต่อจากนั้นก็ออกเดินทางเข้าประเทศลาว มุ่งตรงสู่นครเวียงจันทร์ โดยสภาพบ้านเรือนระหว่างทางเปลี่ยนไปมาก เมื่อความเจริญเข้ามา สูญเสียความเป็นลาวในอดีต อาหารมื้อแรกในลาว เราแวะกินข้าวเปียกก็คล้ายก๋วยเตียวน้ำบ้านเรา ก่อนถึงเทางเข้าเวียงจันทร์ เก้าคนหมดไป แปดหมื่นเจ็ดพันกีบ โอโห้มื้อแรกก็ล่อไปเกือบแสน เงินที่แลกมาจากด่านลาวครัวละหนึ่งล้านกีบ  จะพอไหมอยู่ตั้งสี่วัน แลกเงินตอนมาคิดว่าเป็นเศรษฐีพกเงินเป็นล้าน    ผ่านเ วียงจันทร์ ขบวนของเราใช้ความเร็วประมาณ 50-60 กิโลเมตร ขับรถในลาวชิดข้วา บ้านเราชิดซ้าย ขับใหม่ๆจะดูแปลกๆ ขับไปซักพักก็ชิน พวกเราตื่นตากับวิวของบ้านเมืองลาว ช่วงออกจากเวียงจันทร์  ประมาณ 20 กม.บ้านเรื่อนเริ่มห่างกัน เป็นบ้านชั้นเดียวซะส่วนมาก


* a1.jpg (76.86 KB, 426x600 - ดู 5846 ครั้ง.)

* a2.jpg (46.56 KB, 436x600 - ดู 5890 ครั้ง.)

* a4.jpg (43.76 KB, 376x600 - ดู 5922 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2009, 11:48:06 PM »

ส่วนมาก ผ่านชุมชนเวลาบ่ายๆ รร.ในลาวเลิกเรียน ได้เห็นเด็กนักเรียนเดินกลับบ้านตลอดทางจนถึง บ้านโพนโฮง เป็นชุมชนอยู่ทางแยกที่จะไปเขื่อนน้ำงึม พวกเราผ่านไปเลยช่วงนี้ ขับมาซักพักก็เห็นตำรวจลาวหน้าตาตื่นวิ่งออกมาจากป้อม เรียกให้หยุดรถ แล้วขอดูเอกสารผ่านแดนของรถ เอาเอกสารให้พี่แกดู พี่แกพลิกไปพลิกมา แล้วก็ถามหาใบขับขี่ เราก็เลยเอาออกมาให้ดูจากกระเป๋า พอแกเห็นใบขับขี่สมาท์การ์ดที่พึ่งทำมาก็รีบบอกให้ไปได้  ขับต่อมาได้ประมาณสักสองสามกิโล เห็นเด็กนักเรียนที่ลาว เดินกลับบ้านเป็นแถวๆ ทำให้นึกถึงสมัยเรายังเรียนประถมอยู่ เลยจอดรถแจกขนมที่เตรียมมาทานระหว่างทาง เด็กนักเรียนลาวดีใจกันมาก มะรุมมะตุ้มกันเลย ขนมหนึ่งตระกร้าหมดลงไปในพริบตา


* IMG_0001_resize_resize.jpg (34.3 KB, 600x399 - ดู 5740 ครั้ง.)

* IMG_0006_resize_resize.jpg (34.57 KB, 600x399 - ดู 5846 ครั้ง.)

* IMG_0009_resize_resize.jpg (61.93 KB, 600x399 - ดู 5730 ครั้ง.)

* IMG_0017_resize_resize.jpg (50.64 KB, 600x399 - ดู 5678 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2009, 11:50:02 PM »

     ขับต่อไปจนถึงบ้านหินเหิบ ข้ามสะพานที่ทำด้วยเหล็ก คล้ายๆกับสะพานเวลาที่เราดูหนังสงคราม เป็นสะพานแคบ ข้ามได้ที่ละฝั่ง มองลงไปข้างล่างเห็นสายน้ำน่าเล่นมากเป็นลำธารตื้นๆ น้ำใสเห็นก้อนกรวดในน้ำเลย  ไปต่อจนถึง บ้านห้วยน้ำหม่อน เห็นแผงขายปลาที่ชาวบ้านนำมาจาก น้ำงึม ทำเป็นปลาแห้ง ปลาร้าขายให้กับผู้ผ่านทาง มีรถโดยสารลาวจอดให้ผู้โดยสารลงยืดเส้นยืดสาย รถโดยสาร ระหว่างเวียงจันทร์-หลวงพระบาง เป็นรถบัสขนาดกลาง ที่บรรทุกตั้งแต่คน ไก่หมู มอเตอร์ไซค์บนหลังคา เห็นมีฝรั่งนั้งมาสักครึ่งคันถามดู บอกว่าจะไปวังเวียง


* IMG_0018_resize_resize.jpg (39.79 KB, 600x399 - ดู 5633 ครั้ง.)

* IMG_0019_resize_resize.jpg (41.18 KB, 600x399 - ดู 5733 ครั้ง.)

* IMG_0022_resize_resize.jpg (49.38 KB, 600x399 - ดู 5660 ครั้ง.)

* IMG_0024_resize_resize.jpg (39.01 KB, 600x399 - ดู 5644 ครั้ง.)

* IMG_0025_resize_resize.jpg (50.68 KB, 600x399 - ดู 5703 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2009, 11:53:07 PM »

ออกจากห้วยน้ำหม่อน ไม่นานก็ถึง วังเวียงที่พวกเราจะค้างกันที่นี่  ก่อนที่จะไปหลวงพระบางต่อ พวกเราขับรถตะเวณหาที่พักในวังเวียง วนรอบเมืองผ่านสนามบินร้าง ที่ทหารไอ้กันสร้างไว้ตอนสงคราม  ไปได้ที่พัก ชื่อ แฮคำ ราคา 500 บาท สะอาดห้องใหญ่ดี มีน้ำร้อน ตู้เย็น แอร์ และที่สำคัญจะยัดเข้าไปกี่คน เจ้าของไม่ว่าใจดี เข้าที่พักอาบน้ำอาบท่ากันแล้ว ก็เช่าจักรยานขี่ชมเมืองกัน คันละ 10000 กีบ เช่ามาห้าคัน ขี่ชิดข้วาตามกันเป็นแถว เด็กๆก็สนุกดี ขี่ไปประมาณครึงชั่วโมง ก็ทั่วเมืองวังเวียง ท้องฟ้าก็เริ่มหมดแสง พวกเราหาอาหารเย็นทาน ผ่านร้านอาหารเห็นปลาปิ้ง กับบาบิคิว ก็เลยแวะร้านนี้ สั่งอาหารกันเลย หมูกรอบสองจาน กุนเชียงทอดสี่ชิ้น บาบิคิวหกไม้ ปลานิลสองตัวๆละประมาณครึ่งโล ลาบหมูหนึ่งจาน    ข้าวเหนียวสี่ที่ น้ำสี่ขวด ตอนเก็บเงินเห็นเจ้าของรวมหัวกันคิดเงินให้วุ่นไป ค่าเสียหายมื้อนี้ 270,000 กีบ โอโห้ถ้าเป็นเงินไทยก็ 1200 กว่า มื้อนี้ทานอาหารผิดที่ ไปกินที่โซนนักท่องเทียว ไม่ได้ไปกิน แถวที่ชาววังเวียงเขากินกัน ในกลุ่มมีแยกไปกินข้าวผัดสองจานน้ำสองขวดโดนไป 50’000 กีบ 200  บาท ยังไม่เจ็บก่อนเข้าที่พัก ซื้อโรตีจากรถเข็นมีแม่หญิงลาวหน้าตาจิ้มลิ้มขาย โรตีใส่นมสองอัน โดนไป 20000 กีบ อันละ 40 บาท บ้านเราไม่เกิน 10 บาท ต้อนรับนักท่องเที่ยวไง เข้าที่พักด้วยความแค้นก็เลย ต้มมาม่า ที่เตรียมมาสี่ซอง ล่อมาม่าซะพุงกลาง คืนนี้หลับสบาย


* IMG_0027_resize_resize.jpg (39.95 KB, 600x399 - ดู 5602 ครั้ง.)

* IMG_0031_resize_resize.jpg (51.9 KB, 600x399 - ดู 5607 ครั้ง.)

* IMG_0033_resize_resize.jpg (29.34 KB, 600x399 - ดู 5566 ครั้ง.)

* IMG_0038_resize_resize.jpg (22.24 KB, 600x399 - ดู 5529 ครั้ง.)

* IMG_0041_resize_resize.jpg (20.28 KB, 600x399 - ดู 5532 ครั้ง.)

* IMG_0042_resize_resize.jpg (14.56 KB, 600x399 - ดู 5603 ครั้ง.)

* IMG_0048_resize_resize.jpg (31.27 KB, 600x399 - ดู 5682 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2009, 11:57:48 PM »

    วันที่สองตื่นเช้าว่าจะลงมาเดินเล่น คิดไปมาเช่ารถมอไซค์ดีกว่า ถามดูพี่แกบอก สองร้อยห้าสิบบาทต่อวัน บอกแกเช่าขี่ใกล้ๆแพรบเดี่ยว แกบอกงั้น 20000 กีบ เราเลยต่อเหลือ15000 กีบ 60 บาท ขี่ชมวิวรอบๆวังเวียง ที่พักที่นี่แยะมาก ไม่ต่ำ กว่าร้อยที่ โรงแรม เกรดเฮาท์ โฮมเสตย์ มากจริงๆมีทุกซอย ราคามีตั้งแต่  200-2000บาท


* IMG_0049_resize_resize.jpg (43.54 KB, 600x399 - ดู 5542 ครั้ง.)

* IMG_0053_resize_resize.jpg (40.02 KB, 600x399 - ดู 5642 ครั้ง.)

* IMG_0055_resize_resize.jpg (62.47 KB, 600x399 - ดู 5574 ครั้ง.)

* IMG_0058_resize_resize.jpg (51.58 KB, 600x399 - ดู 5519 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 05:56:01 PM »

ขี่มอเตอร์ไซค์ชมวิวเห็นป้ายบอกว่าทางเข้าถ้ำ เลยขี่เข้าไปตามทางจะมีลูกศรบอก ผ่านทุ่งนา ลำธารเล็กๆ แล้วก็แม่น้ำซอง ช่วงผ่านแม่น้ำชาวบ้านนำไม้ไผ่ มาผูกเป็นสะพานด้วยเส้นหวาย แล้วปูด้วยไม้ไผ่ที่นำมาฝานเป็นแผ่น ชอบจริงสะพานแบบนี้  ในวังเวียงมีหลายที่มีสะพานข้ามแบบนี้  สักพักก็ถึงถ้ำทางเข้าเป็นช่องเล็กๆ พอเข้าไปประมาณสัก ยี่สิบเมตร ก็ถึงภายในเป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีแอ่งน้ำกว้างประมาณยี่สิบเมตรเล่นน้ำได้  ส่วนข้างบนเพดานมีช่องให้แสงอาทิตย์ส่องลงมา ตรงแอ่งน้ำพอดี ถามคนดูแลว่าลึกไหม พี่แกบอกว่าลองเอาไม้ไผ่หยั่งดูไม่ถึงพื้น แถมชวนเล่นน้ำอีก ไม่เอาละว่ายน้ำไม่เป็นนึกว่าแค่หัวเข่า ชมถ้ำสักพักก็กลับที่พัก นัดกับเพื่อนไว้อีกครัวได้เวลาจะไปหลวงพระบางกันต่อ


* IMG_0071_resize_resize.jpg (30.02 KB, 600x399 - ดู 5473 ครั้ง.)

* IMG_0077_resize_resize.jpg (37.18 KB, 600x399 - ดู 5547 ครั้ง.)

* IMG_0086_resize_resize.jpg (47.15 KB, 600x399 - ดู 5428 ครั้ง.)

* IMG_0090_resize_resize.jpg (49.11 KB, 600x399 - ดู 5545 ครั้ง.)

* IMG_0089_resize_resize.jpg (38.44 KB, 600x399 - ดู 5472 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 05:58:32 PM »

   กลับมาถึงที่พัก ก็เริ่มออกเดินทางไปหลวงพระบาง อาหารเช้าก่อนออกเดินทาง เป็นข้าวต้มหมูกับปลาท่องโก๋ บ้างท่านก็สั่งเฝอมากินกัน มื้อนี้หมดไปแปดหมื่นกว่ากีบ มุ่งตรงสู่หลวงพระบาง ระหว่างทางจุดหมายแรกที่ต้องผ่าน คือเมืองกาสี ฟังชื่อเมืองก่อนที่จะถึงทำให้นึกถึงนิยายอีสป แต่พอถึงเมืองกาสี สภาพเป็นชุมชนริมทางบ้านเมืองหนาแน่นพอสมควร   มีที่พักรับคนท่องเที่ยวอยู่เจ็ดแปดแห่ง พวกเราไม่ได้แวะขับรถเลยไปเลย


* IMG_0097_resize_resize.jpg (47.93 KB, 600x399 - ดู 5469 ครั้ง.)

* IMG_0098_resize_resize.jpg (16.01 KB, 600x399 - ดู 5448 ครั้ง.)

* IMG_0099_resize_resize.jpg (11.78 KB, 600x399 - ดู 5433 ครั้ง.)

* IMG_0100_resize_resize.jpg (17.84 KB, 600x399 - ดู 5522 ครั้ง.)

* IMG_0105_resize_resize.jpg (21.91 KB, 600x399 - ดู 5440 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 06:11:23 PM »

จากเมืองกาสีข้ามแม่น้ำลิก มุ่งสู่ภูคูนซึ่งเป็นชุมทางแยกที่จะไป โพนสวรรค์ กับหลวงพระบาง กอ่นถึงภูคูน ทางเริ่มขึ้นเขา เริ่มคดเคี้ยว บางโค้งกลับกว่า 180 องศา สร้างความคลื่นเหียนในกระเพาะของผู้โดยสารๆ เริ่มขอถุงกัน ถนนเป็นยางมะตอย แคบไม่มีไหล่ทาง ด้านหนึ่งเป็นผาอีกด้านก็เป็นเหวลึกมาก   ยังคุยกันในรถถ้าตกลงไปไม่รู้จะขึ้นมาอย่างไร    ทำให้ต้องขับรถด้วยความเกร็งเป็นอย่างมาก ค่อยๆไป นึกถึงพระเอาไว้ 


* IMG_0129_resize_resize.jpg (68.6 KB, 600x399 - ดู 5394 ครั้ง.)

* IMG_0130_resize_resize.jpg (61.19 KB, 600x399 - ดู 5419 ครั้ง.)

* IMG_0149_resize_resize.jpg (54.88 KB, 600x399 - ดู 5439 ครั้ง.)

* IMG_0155_resize_resize.jpg (30.82 KB, 600x399 - ดู 5399 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 06:13:58 PM »

      ก่อนถึงภูคูนประมาณสักห้ากิโลมีร้านอาหารอยู่ริมทางด้านซ้ายมือ พอเห็นก็แวะเลย ที่ตั้งร้านทำเลดีมาก สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1400 กว่าเมตร วัดจากนาฬิกาคาซิโอ โปร์เทค วิวสวยมากมองออกไปจากร้านอาหาร เป็นภูเขาสลับซับซ้อน เหมือนอยู่ในเมฆ ทำให้นึกถึงเขาง้อใบ่ เตลิดไปถึงเขาเทียนซานในหนังจีน  ถ่ายรูปกันพอสมควร แล้วสั่งอาหารมาทานกัน มื้อนี้ข้าวไข่เจียว กาแฟขนมปัง  อิ่มกันแล้ว


* IMG_0160_resize_resize.jpg (47.39 KB, 600x399 - ดู 5426 ครั้ง.)

* IMG_0218_resize_resize.jpg (46.25 KB, 600x399 - ดู 5368 ครั้ง.)

* IMG_0163_resize_resize.jpg (44.18 KB, 600x399 - ดู 5448 ครั้ง.)

* IMG_0168_resize_resize.jpg (39.44 KB, 600x399 - ดู 5436 ครั้ง.)

* IMG_0218_resize_resize.jpg (46.25 KB, 600x399 - ดู 5338 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 06:16:15 PM »

ภูคูนประมาณสักห้ากิโลมีร้านอาหารอยู่ริมทางด้านซ้ายมือ พอเห็นก็แวะเลย ที่ตั้งร้านทำเลดีมาก สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1400 กว่าเมตร


* IMG_0248_resize_resize.jpg (21.42 KB, 600x399 - ดู 5416 ครั้ง.)

* IMG_0254_resize_resize.jpg (32.84 KB, 600x399 - ดู 5339 ครั้ง.)

* IMG_0263_resize_resize.jpg (26.85 KB, 266x400 - ดู 5318 ครั้ง.)

* IMG_0240_resize_resize.jpg (26.13 KB, 600x399 - ดู 5342 ครั้ง.)

* IMG_0229_resize_resize.jpg (21.51 KB, 600x399 - ดู 5357 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 06:18:06 PM »

ไปแยกภูคูนกันต่อ แยกภูคูนเป็นชุมทาง กับตลาดรวมกัน มีคนลาวจับจ่ายซื้อของกินของใช้กัน เหมือนตลาดทางแยกแถวชนบทของไทย พวกเราขับรถผ่านไปเลย กะว่าจะไปให้ถึงหลวงพระบางก่อนค่ำ ทางจากภูคูนถึงหลวงพระบาง ถ้าเปรียบกับทางในเมืองไทยก็ขึ้นทับเบิกภูหินร่องกล้าแต่ คดเคียวกว่าสักสิบเท่า ระยะทางจากวังเวียงถึงหลวงพระบางถามชาวบอกว่าใช้เวลา ประมาณห้าชั่วโมง พวกเราก็คำนวนเลย สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงคิดในใจขับกันแบบไหน แต่พอพวกเราขับใช้เวลาไปเจ็ดชั่วโมง ขนาดไม่แวะที่ไหนเลย มีแต่แวะทานข้าวที่เดียว ถึงบางอ้อเลย จากภูคูถึงหลวงพระบาง ประมาณบ่ายสี่โมงเย็น


* IMG_0273_resize_resize.jpg (39.59 KB, 600x399 - ดู 5319 ครั้ง.)

* IMG_0280_resize_resize.jpg (28.06 KB, 600x399 - ดู 5296 ครั้ง.)

* IMG_0286_resize_resize.jpg (26.26 KB, 600x399 - ดู 5319 ครั้ง.)

* IMG_0291_resize_resize.jpg (26 KB, 600x399 - ดู 5330 ครั้ง.)

* IMG_0293_resize_resize.jpg (38 KB, 600x399 - ดู 5353 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 06:28:48 PM »

อากาศร้อนมากหลวงพระบางหน้านี้ หาที่พักอาบน้ำให้หายร้อน ก็ออกมาหาอาหารทาน ก็เฝอเหมือนเดิม  หกโมงเย็นออกจากที่พักจะไปเดิน ตลาดกลางคืน พอถึงแถวหน้าโรงแรมภูสี เห็นแม่ค้านำดอกดาวเรืองมาทำเป็นช่อ มาว่างขายตลอดถนนเลย ถามได้ความว่า เป็นวันวิสาขะ ใช้สำหรับเวียนเทียนกัน พวกเราก็เลยถือโอกาส เวียนเทียนกันที่หลวงพระบาง ที่วัดใหม่ สุวรรณราม   แล้วเดินเที่ยวตลาดกลางคืน สินค้าเป็นพวกหัตถกรรมผ้า เหมือนแถวไนท์เชียงใหม่ที่เห็นกันจนชินตา สรุปไม่เสียเงิน ขากลับที่พักซื้อปลานิลย่างกับไก่ย่างไปกินที่พัก ก่อนเข้าที่พักขับรถเล่นดูเมือง สภาพเป็นบ้านเมืองเก่า สวนมากเป็นตึกสองชั้นทรงออกไปแนวฝรั่งเศส  แต่มาตบแต่งกันใหม่รับนักท่องเที่ยว


* IMG_0387_resize_resize.jpg (22.93 KB, 266x400 - ดู 5367 ครั้ง.)

* IMG_0338_resize_resize.jpg (64.91 KB, 600x399 - ดู 5300 ครั้ง.)

* IMG_0436_resize_resize.jpg (34.84 KB, 600x399 - ดู 5281 ครั้ง.)

* IMG_0443_resize_resize.jpg (38.79 KB, 600x399 - ดู 5307 ครั้ง.)

* IMG_0441_resize_resize.jpg (48.91 KB, 600x399 - ดู 5319 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 06:59:19 PM »

        วันนี้พวกเราตืนเช้ามากๆ ตีห้า เพื่อที่จะไปตักบาตรพระ ใครๆมาหลวงพระบางก็ต้องตักบาตรพระนับร้อยรูป พวกเราก็เหมือนกันเดี่ยวจะมาไม่ถึงหลวงพระบาง ออกจากที่พักไปแถววัดเชียงทอง เห็นกระติบข้าวเหนียวตั้งเป็นแถวยาวตลอดแนว เป็นของบริษัททัวร์ จองที่ให้นักท่องเทียวไทย มีแม่ค้านำข้าวเหนียวมาขาย ให้กับคนที่จะตักบาตร กะติบละ 100บาทได้ราคามาก แถมยังตื้อให้ซื้อรบกวนพอสมควร นอกจากข้าวเหนียวแล้วยังมี ข้าวต้มมัด กล้วยน้ำว้าที่ใช้ใส่บาตร ใส่บาตพระเสร็จก็ไปเดินตลาดเช้ากัน เห็นขนมจีนอยากทาน สั่งมาหนึ่งจาน ทานเสร็จคิดตัง แม่ค้าบอก 10000กีบ  เท่ากับ40 บาทไทย  ไม่รู้คิดคนลาวเท่าไร เป็นแผงเล็กในตลาดสด ออกจากตลาดเช้า เจอร้านกาแฟประชานิยม คนมากยอดฮิตทัวร์ไทย  พวกเราเลยเดินดูถามนักท่องเที่ยวไทย รสชาติเป็นไง ได้คำตอบว่าเหมือนกาแฟที่อาแป๊ะปากซอย มีเฝอในร้านกับข้าวจี่ด้วย  จะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เดิมเป็นวังเจ้ามหาชีวิต ตรงข้ามมีร้านขายข้าวต้มหมูกับปลาทองโก๋ พวกเราเลยทานอาหารเช้ากันที่นี่ ชามละ7000กีบ ประมาณสามสิบบาทไทย จากนั้นก็ไปวัดเชียงทอง แล้วกลับที่พัก


* IMG_0456_resize_resize.jpg (64.25 KB, 600x399 - ดู 5327 ครั้ง.)

* IMG_0477_resize_resize.jpg (61.99 KB, 600x399 - ดู 5246 ครั้ง.)

* IMG_0471_resize_resize.jpg (33.42 KB, 600x399 - ดู 5240 ครั้ง.)

* IMG_0518_resize_resize.jpg (35.67 KB, 600x399 - ดู 5235 ครั้ง.)

* IMG_0526_resize_resize.jpg (41.3 KB, 600x399 - ดู 5259 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 07:01:03 PM »

เก็บของเพื่อที่จะไป น้ำตกกวางสี รถอีกคันสตาทร์ไม่ติดต้องทำการพ่วงแบตเตอรี่ สตาทร์จนติด แล้วเดินทางต่อไปน้ำตกกาวงสี ระหว่างทางผ่านตลาดพูสี  อยากลงไปเดินมาก เพื่อดูว่าชาวหลวงพระบางเขากินอยู่กัน อย่างไร  ไม่ใช่ที่ปรุงแต่งขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวไม่ใช่ชีวิตจริงของหลวงพระบาง แต่เวลาน้อยรีบไปน้ำตกกวางสี
      ไปถึงน้ำตกกวางสี พอจอดรถก็เดินเข้าน้ำตกประมาณห้าร้อยเมตร  ชมน้ำตก เด็กเล่นน้ำ  แล้วก็กลับจากน้ำตก ตีรถกลับมานอนวังเวียงอีกคืนที่เก่า เช้าอีกวันเข้าเวียงจันทร์ กลับเมืองไทย
     ทริปนี้ ขับรถสนุกดี แต่ผู้โดยสาร อวกกันหลายที ประทับใจร้านอาหารก่อนถึงแยกภูคูน กับ บ้านม้งบ้านชาวเขาตามทางที่ผ่าน คนลาวยิ้มแย้มต้อนรับดี ถ้ามีโอกาสได้ไปอีก จะเอาเสื้อผ้าเก่าของเล่นเด็กๆไปแจก เด็กชาวเขากับเด็กชาวม้ง ตามทางบนภูเขา ลาก่อนสบายดีหลวงพระบาง


* IMG_0558_resize_resize.jpg (17.66 KB, 266x400 - ดู 7722 ครั้ง.)

* IMG_0562_resize_resize.jpg (35.85 KB, 600x399 - ดู 5258 ครั้ง.)

* IMG_0578_resize_resize.jpg (38.82 KB, 600x399 - ดู 5306 ครั้ง.)

* IMG_0582_resize_resize.jpg (51.35 KB, 600x399 - ดู 5265 ครั้ง.)

* IMG_0549_resize_resize.jpg (41.61 KB, 600x399 - ดู 5263 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 07:03:33 PM »

สบายดีหลวงพระบาง


* IMG_0586_resize_resize.jpg (34.78 KB, 600x399 - ดู 5230 ครั้ง.)

* IMG_0589_resize_resize.jpg (60.08 KB, 600x399 - ดู 5196 ครั้ง.)

* IMG_0597_resize_resize.jpg (57.57 KB, 600x399 - ดู 5279 ครั้ง.)

* IMG_0615_resize_resize.jpg (20.21 KB, 266x400 - ดู 5220 ครั้ง.)

* IMG_0637_resize_resize.jpg (22.75 KB, 266x400 - ดู 5175 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 07:05:03 PM »

สบายดีหลวงพระบาง


* IMG_0654_resize_resize.jpg (43.94 KB, 600x399 - ดู 5250 ครั้ง.)

* IMG_0661_resize_resize.jpg (57.71 KB, 600x399 - ดู 5188 ครั้ง.)

* IMG_0673_resize_resize.jpg (42.72 KB, 600x399 - ดู 5192 ครั้ง.)

* IMG_0683_resize_resize.jpg (28.59 KB, 266x400 - ดู 5235 ครั้ง.)

* IMG_0691_resize_resize.jpg (33.06 KB, 600x399 - ดู 5177 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 07:06:30 PM »

สบายดีหลวงพระบาง จบแล้ว


* IMG_0732_resize_resize.jpg (54.36 KB, 600x399 - ดู 5216 ครั้ง.)

* IMG_0736_resize_resize.jpg (36.31 KB, 600x399 - ดู 5206 ครั้ง.)

* IMG_0753_resize_resize.jpg (43.11 KB, 600x399 - ดู 5141 ครั้ง.)

* IMG_0739_resize_resize.jpg (51.46 KB, 600x399 - ดู 5150 ครั้ง.)

* IMG_0764_resize_resize.jpg (52.19 KB, 600x399 - ดู 5166 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Guide A
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2009, 07:56:41 AM »

 ยิ้ม   บรรยากาศแบบนี้ ไปเที่ยวแล้วน่าหนุกนะครับ ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันให้ชมครับ คงไม่มีโอกาสได้ไปชมกะตาแน่   ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
jeep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2009, 07:33:56 PM »

ขับรถเข้าลาว ต้องทำอย่างไรบ้าง ? (ผมไปลอกมาให้อ่าน)
มีคำถามเช่นนี้อยู่บ่อยๆ เพื่อบริการเพื่อนสมาชิกที่อยากไปเอง
ขั้นตอนที่1 การเตรียมเอกสารรถกับขนส่งทางบก ว่าด้วย พาสปอทรถ(เล่มม่วง)
ระเบียบการทำพาสปอร์ตรถ
นำรถเข้าลาว ต้องทำพาสปอร์ตรถ
การ ขนส่งทางถนน ระหว่างประเทศไทย-ลาว " ภายหลังที่ทั้ง 2 ประเทศมีโครงการร่วมกันมาก่อนหน้า พร้อมมีการดำเนินการร่วมกัน กล่าวคือ รถทุกชนิดที่เดินทางสัญจรไปมาใน สปป.ลาว รถทุกคันต้องมีหนังสือเดินทาง (หรือพาสปอร์ต) ประจำรถคันนั้นๆ เพื่อตรวจสอบได้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับติดสติกเกอร์เป็นภาษาอังกฤษตัวT ที่ย่อมาจากคำว่า "ไทยแลนด์ " ติดอยู่ที่กระจกด้านหน้าคนขับ แบบเห็นชัดเจนที่รถทุกคันต้องปฏิบัติเหมือนกันหมด
โดยหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตประจำรถนี้ เจ้าของรถมาติดต่อขอทำได้ที่ ที่ทำการขนส่งจังหวัด ในเวลาราชการ โดยมีหลักฐานดังนี้

เอกสารประกอบคำขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศฯ ไทย-ลาว (ชั่วคราว)
1. กรณีบุคคลธรรมดา
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนารายการจดทะเบียนรถและหน้ารายการชำระภาษี
- หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของรถ (กรณีที่เจ้าของไม่มาด้วยตนเอง)
- ยื่นคำขออื่นๆ

2. กรณีห้างหุ้นส่วนฯ บริษัทฯ และบริษัทจำกัดมหาชน (หรือรถที่ติดไฟแนนซ์)
- หนังสือรับรองบริษัท/ห้างฯ
- สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของกรรมการผู้จัดการที่มีอำนาจ
- สำเนารายการจดทะเบียนรถและหน้ารายการชำระภาษี
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ไม่มาด้วยตนเอง) หรือผู้เช่าซื้อ
- ยื่นคำขออื่น ๆ

รายการเอกสารแสดงความประสงค์จะทำการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างไทย-ลาว
การประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทการขนส่งไม่ประจำทาง

1. สำเนาหรือภาพถ่าย ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถ ที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

2. เอกสาร/หลักฐาน ประกอบคำขอรับใบอนุญาต ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทการขนส่งไม่ประจำทาง ดังต่อไปนี้
บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด
1. หนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และกรรมการของบริษัททุกคน ซึ่งรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน

2. รายชื่อกรรมการของบริษัททุกคน
3. สำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวของบุคคล ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมาย ว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของกรรมการของ บริษัททุกคน

4. สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของกรรมการของบริษัททุกคน

5. รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นทุกดน และจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถือ

6. สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับของบริษัท

7. ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา (ถ้ามี)

8. ตัวอย่างเครี่องหมายประจำรถ

9. รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถขนาด 7.60X12.70 เชนติเมตร ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน อย่างละ 2 รูป

10. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

11. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองรถ
หนังสือ อนุญาตรถระหว่างประเทศ และเครื่องหมายแสดงประเทศ ให้มีลักษณะรูปแบบ ขนาดและข้อความเป็นรูปตัว 2 ติดไว้หน้าและหลังรถ โดยที่หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต ประจำรถนี้ มีรูปร่างคล้ายพาสปอร์ตของคนเราทั่วไป ด้านหน้าปกมีตราครุฑสีดำ มีอยู่ 3 แบบแตกต่างกัน

แบบที่ 1
เป็นเล่มสีเขียว
สำหรับรถที่จด ทะเบียนตามพระราชบัญญติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 คือเป็นรถขนาดใหญ่รถบรรทุกต่างๆ รถสิบล้อ - รถขนส่งน้ำมัน - รถทัวร์ - รถโดยสารที่มีเลขนำหน้า 30 - รถบรรทุกไม่ประจำทางที่มีเลขนำหน้าว่า 70 เป็นต้น โดยผู้ที่ยื่นขอในแบบที่ 1 เล่มเขียวนี้ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ และตามปกติ การขอต้องส่งเรื่องให้ทางกรมการขนส่ง (กรุงเทพๆ) เป็นผู้อนุมัติเป็นรายๆ ไป และเนื่องจากช่วงนี้ เป็นช่วงริเริ่มโครงการใหม่ เป็นการอำนวยความสะดวก ให้เป็นการชั่วคราว ได้ให้ทางขนส่งจังหวัดเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 47 นี้

แบบที่ 2
เป็นเล่มสีม่วง
สำหรับที่จด ทะเบียนตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 คือ รถส่วนบุคคลทั่วไป ที่มีเลขนำหน้าว่า 80 หรือรถส่วนตัวทั่วไป - รถปิคอัพ - รถตู้ - รถเก๋ง ต้องเสียค่าธรรมเนียมปีละ 55 บาท

แบบที่ 3
เป็นสีฟ้า
สำหรับรถของคณะผู้แทนทางการฑูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือทบวงการชำนาญพิเศษแห่งสหประชาชาติ ในงานราชการ
โดย ที่ผู้มาติดต่อขอทำเรื่องดังกล่าวนี้ จะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็แล้วเสร็จ แบบรอรับกลับไปได้เลย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สนง.ขนส่งจังหวัด



ประกาศกรมการขนส่งทางบก
เรื่อง ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย
และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
และการออกเครื่องหมาย อนุญาตรถระหว่างประเทศและเครื่องหมายแสดงประเทศ
โดย ที่ได้มีความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการนำรถเข้าไปใช้ภายในประเทศระหว่างกันและกัน โดยในการใช้รถในประเทศใดประเทศหนึ่งจะต้องมีหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ และต้องติดเครื่องหมายแสดงประเทศไว้ตลอดเวลาที่ใช้รถนั้น
เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก จึงได้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
1. เพื่อให้บริการแก่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของรถ ที่จะนำรถออกไปใช้ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ทราบและเตรียมการขออนุญาตไว้เป็นการล่วงหน้า กรมการขนส่งทางบก จึงได้ออกระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ และเครื่องหมายแสดงประเทศสำหรับการขนส่งทางถนนระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ.ศ. 2547
2. ความตกลงระหว่างสองประเทศ จะได้เริ่มถือปฏิบัติต่อกัน เริ่มตังแต่วันที่ 1 มีนาคม 2547 ฉะนั้น ประชาชนเจ้าของรถผู้ใด ประสงค์จะขอรับหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ และเครื่องหมายแสดงประเทศ ก็ให้ยื่นดำขอรับหนังสืออนญาต และเครื่องหมายแสดงประเทศตามระเบียบได้ตั้งเเด่บัดนี้ เป็นต้นไป
จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2547
ปิยะพันธ์ จัมปาสุต
(นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต)
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ดาวน์โหลดคำขอ เพื่อยื่นขอพาสปอทรถ กับขนส่งทางบกได้ที่ลิงค์นี้ครับ
http://www.dlt.go.th/eform/truckrg4.pdf

ถ้าไม่ได้อย่างไรข้างล่างต่อเลยครับ
E-download form เป็นบริการหนึ่งของกรมการขนส่งทางบก ในการให้บริการประชาชนสามารถ Download แบบคำขอต่าง ๆ แล้วนำมายื่นต่อกรมการขนส่งทางบก เพื่อความสะดวกในการติดต่อราชการ และดำเนินการด้านต่าง ๆ ซึ่งจัดทำในรูปแบบเอกสาร PDF
http://www.dlt.go.th/eform/index.php

ขึ้นตอนที่สอง การยื่นเอกสารกับด่านตรวจคนเข้าเมือง ฝั่งไทย
ณ.ด่านที่ท่านจะนำรถออก
โดยกรอกเอกสารแบบคำขอ 2 อย่าง คือ 1 ต.ม 2 และ ต.ม 3 ดาวน์โหลดได้เลยครับด้านล่าง

แบบคำขอ รายการเกี่ยวกับพาหนะ (ตม. ๒)
http://www.immigration.go.th/nov2004/download/tm2.doc

แบบคำขอ บัญชีคนโดยสาร (ตม. ๓)
http://www.immigration.go.th/nov2004/download/tm3.doc

ให้ทำการกรอกให้ครบถ้วน รถ1คัน ต้องมีตม.2และตม.3 แบบละ2แผ่น
2แผ่นเป็นการนำรถออก และอีก2แผ่นเป็นการนำรถเข้า เวลากลับเข้าด่านคืนส่วนที่เหลือทั้งหมด

ส่วนเอกสารประกอบมีดังนี้
1.สำเนาทะเบียนรถพร้อมหน้าเสียภาษี
2.สำเนาใบขับขี่(ผู้นำรถออก)
3.ในกรณีข้ามไป สปป.ลาว ต้องมีพาสปอร์ทรถ(เล่มม่วง)
4.ในกรณีเจ้าของรถไม่ไช่คนนำออก ต้องมีหนังสือมอบอำนาจนำรถออกด้วยดังนี้
4.1 หนังสือมอบอำนาจนำรถออกนอกราชอาณาจักร + อากรแสมป์ 10 บาท (ในกรณีเจ้าของรถไม่ได้ขับรถเองหรือติดไฟแนนซ์
ดาวน์โหลด หนังสือมอบอำนาจ ได้ที่นี้ครับ ทั้งด้านหน้าและหลัง
http://www.dlt.go.th/eform/drl6.pdf
http://www.dlt.go.th/eform/drl6_2.pdf
4.2 สำเนาทะเบียนบ้าน+บัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ(เจ้าของรถหรือผู้มีอำนาจลงนามของไฟแนนซ์)+ลายเซ็นรับรอง
4.2.1 ในกรณีติดไฟแนนซ์ ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนของไฟแนนซ์ประกอบด้วย
4.3 สำเนาทะเบียนบ้าน+บัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ(ผู้นำรถออก)+ลายเซ็นรับรอง

เอกสารทั้งหมดยื่นพร้อม ต.ม 2 และ ต.ม 3 ณ.ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ท่านนำรถออก
เสาร์-อาทิตย์ หรือนอกเวลาราชการ เสียค่าล่วงเวลา สำหรับรถยนต์ คันละ 100 บาท
ขั้นตอนที่ สาม ยื่นขอกับด่านศุลกากร ฝั่งไทย
ณ.ด่านที่ต้องการนำรถยนต์ออก


ส่วนเอกสารประกอบมีดังนี้
1.สำเนาทะเบียนรถพร้อมหน้าเสียภาษี ในกรณีไม่ติดไฟแนนซ์ ต้องนำเล่มจริงมาแสดงด้วย
2.สำเนาใบขับขี่(ผู้นำรถออก)
3.ในกรณีข้ามไป สปป.ลาว ต้องมีพาสปอร์ทรถ(เล่มม่วง)
4.ในกรณีเจ้าของรถไม่ไช่คนนำออก ต้องมีหนังสือมอบอำนาจนำรถออกด้วยดังนี้
4.1 หนังสือมอบอำนาจนำรถออกนอกราชอาณาจักร + อากรแสมป์ 10 บาท (ในกรณีเจ้าของรถไม่ได้ขับรถเองหรือติดไฟแนนซ์
ดาวน์โหลด หนังสือมอบอำนาจ ได้ที่นี้ครับ ทั้งด้านหน้าและหลัง
http://www.dlt.go.th/eform/drl6.pdf
http://www.dlt.go.th/eform/drl6_2.pdf
4.2 สำเนาทะเบียนบ้าน+บัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ(เจ้าของรถหรือผู้มีอำนาจลงนามของไฟแนนซ์)+ลายเซ็นรับรอง
4.2.1 ในกรณีติดไฟแนนซ์ ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนของไฟแนนซ์ประกอบด้วย
4.3 สำเนาทะเบียนบ้าน+บัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ(ผู้นำรถออก)+ลายเซ็นรับรอง
เอกสาร ทั้งหมดยื่นต่อเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร ณ.ด่านที่ท่านต้องการนำรถออก ในกรณี เข้าและออกด่านเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะเขียนใบ แบบ454 ให้ และขากลับต้องนำมายื่นคืนที่ด่านเดิม

และในกรณี ออกด่านหนึ่ง และกลับเข้ามาอีกด่านหนึ่งไม่ไช่ด่านเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะพิมพ์ใบขนพิเศษให้ และเช่นกันเมื่อกลับมาถึงด่าน ต้องคืนให้กับเจ้าหน้าที่

ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าบริการ (ยกเว้นอยากให้เอง)
ตัวอย่างใบขนพิเศษ ที่ทาง ศุลกากรไทยออกให้
ตัวอย่าง 454 ด้านหน้าและด้านหลัง ที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยออกให้ ในกรณีเข้าออกด่านเดียวกัน ใช้แทนใบขนพิเศษได้เหมือนกัน
เมื่อ ผ่านขั้นตอนฝั่งไทยและลาว ตรวจดูว่า พาสปอทรถ(เล่มม่วง)มีการประทับออกจริงหรือไม่ ออกหรือเข้า ตรงหรือไม่ มิเช่นนั้น เล่มม่วงนี้ใช้ไม่ได้ในครั้งต่อไป ถือว่าเสียครับ
ขั้นตอนการผ่านด่าน พาสี ,คมนาคม และ ตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว
ขั้นตอนที่1 การยื่นต่อคมนาคม
1. ให้นำใบขนพิเศษ หรือ แบบ 454 ที่ทางศุลกากรไทยออกให้พร้อมกับ พาสปอทรถ(เล่มม่วง) นำมายื่นต่อห้องคมนาคม เพื่อขอ ป.2 (ใบอนุญาติให้ใช้รถในสปป.ลาว) ใบสีเขียว และใบคมนาคม(สีขาว) ในใบสีเขียวจะแจ้งระบุเส้นทาง และแขวงที่ท่านจะเดินทางไป พร้อมจำนวนวัน ชื่อคนขับ ยี่ห้อรถ ทะเบียน เลขเครื่องและเลขตัวถัง ตรวจสอบให้ดีก่อนรับมาน่ะ
ตัวอย่างใบคมนาคม ให้ติดหน้ากระจก

ตัวอย่างใบ ป.2 เก็บไว้ให้ดีอย่าทำหาย เมื่อข้ามกลับส่งคืนที่ด่านภาษีขาออก
ขั้นตอนที่ 2 การยื่นต่อ พาสีและประกันภัย
2. พอได้รับ ป.2 ใบสีเขียวแล้วนำเอกสารทั้งหมดยื่นต่อ ห้องพาสี เพื่อชำระเงินค่าพาสีและประกันภัย พรบ. แล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะให้ใบเสร็จมา เป็นอันเสร็จ บางด่านอยู่ที่เดียวกัน คนเดียวกัน บางด่านประกันภัยจะอยู่คนละแห่ง พรบ.ลาว สำคัญมากๆ เป็นใบเล็กๆ เล็กพอๆกับกล่องไม้ขีดสีเขียว แถมสติกเกอร์ปิดกระจกหน้าให้ด้วย


ขั้นตอนที่ 3 ตรวจคนเข้าเมือง
3. นำเอกสารทั้งหมดที่ใด้รับจากขั้นตอนที่2และ3 พร้อมทั้ง พาสปอทรถ(เล่มม่วง)และพาสปอทคนขับ นำมายื่นต่อ ห้องตรวจคนเข้าเมือง เพื่อประทับตราเข้าเมือง เป็นอันเสร็จเอกสารทั้งหมด
เวลาไปเที่ยวเป็นหมู่คณะ (เที่ยว) มิไช่ไปเชิงธุรกิจ
เนื่อง จากการท่องเที่ยวและกฎหมายท่องเที่ยว ของ สปป.ลาว จะเข้มงวดกับนักท่องเที่ยวที่เป็นหมู่คณะ ตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป ต้องผ่านบริษัทท่องเที่ยวที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นคณะๆไปและเป็นครั้งคราวไป ซึ่งแตกต่างจาก จดทะเบียนบริษัทท่องเที่ยว ถ้าไม่มีทั้ง 3 ใบนี้ โอกาสโดนตำรวจรีดไถ อาจเป็นไปได้ (การทำผิดกฎหมายบ้านเมืองเขา ถ้าเขาไม่เห็นไม่ตรวจก็แล้วไป แต่ถ้าโดนเมื่อไหร่ไม่คุ้มครับ)
ใบแต่ง 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในฐานะที่ผมขับรถตู้ จากกรุงเทพฯ พาลูกค้าไปเที่ยวทั้งลาวเหนือและใต้บ่อยมาก มีข้อเตือนใจ สำหรับคนที่ขับรถเข้าลาวมาฝากทุกคน
1. เอกสารควรจัดการให้เรียบร้อยทั้งสองฝั่ง ทั้งไทยและ ลาว รวมทั้งประกันภัยลาว (เป็นประกันภัยประเภท 3 )เอกสารประจำรถทั้งใปแจ้งรถเข้าออกไทย -ลาว เก็บให้ดี ไม่เช่นนั้นจะนำรถกลับไทยไม่ได้
2. ถ้าเป็นรถตู้ หรือเป็นคณะ ทัวร์ ลงขันเก็บเงินกันไปเที่ยว ควรจ้างไกด์ลาว และ ผ่านท่องเที่ยวของลาว ( ค่าไกด์วันละ 500 บาท ผ่านท่องเที่ยว คนละประมาณาน 300-350 บาท ) เวลามีปัญหาช่วยได้เยอะ
3 คนลาวไม่ค่อยรู้กฎจราจร ต้องระวังให้มาก นึกอยากจะเลี้ยวก็เลี้ยว นึกอยากจะออกจากซอยก็ออก อยากหยุดก็หยุด จำไว้3ข้อว่า
-1 อย่าตำ(ชน)เขา-2อย่าให้เขาตำ-3อย่าตำกัน
4 อย่าขับผิดเลน โดยมากมักผิดตอนออกรถ และเวลาเข้าวงเวียน
5 ระวังสัตว์เลี้ยงให้มากโดยเฉเพราะ เวลาเช้าและเย็น ไม่เช่นนั้นจะต้องจ่ายค่าลูกหมู ในท้องเท่าแม่หมู(ใครว่าคนลาวไง่เ เถียงเด็ดขาดเลยโดยมากับตัวเองแล้ว )
6 ถ้าไม่จำเป็นอย่าวิ่งรถกลางคืน อันตรายมาก จากรถเสีย ชาวบ้านนั่งคุยริมถนน หรือชาวบ้านเดินถนน เพราะ รถเราวิ่งชิด ขวา ไฟหน้าข้างขวาจะส่องไม่ไกล และชาวบ้านมักใส่เสื้อสีมืด
7 ถ้าขับรถกลางคืนให้ ขับรถค่อมเลนกลาง แล้วคอยเปิดไฟสูงเป็นระยะ
8 มีอุบัตเหตุถ้าเล็กน้อย ให้ตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณีให้เรียบร้อย ถ้ามากให้แจ้งประกันภัยลาว ถ้าไม่มีไกด์ไปด้วยควรซื้อซิมการด์ลาวมาใส่โทรสํพท์ ( ราคาประมาณ 200-250 )บอกเอาซิม เอ็มโพน มีค่าโทรในบัตร์ประมาณ 10,000-20,000 กีบ
9 ระวังโดนจับความเเร็ว ระหว่างเข้า - ออกเมือง ไม่เกิน 50 กม./ช.ม. ( ผมโดนบ่อย )ค่าปรับ 50,000 กีบ ( 185 - 200 บาท ) ถ้าจะจ่ายแบบเมืองไทย อย่าให้มีคนลาวอยู่ด้วย
10 ลาวใต้ สะพาน ปิด22.00 น. 23.00 น.ห้ามรถวิ่ง 24.00 น. ห้ามออกนอกบ้าน ถ้าโดนจับ แบบค์ 100 บาทช่วยได้เยอะ
11 นำมันก่อนออกด่านควรเติมให้เต็มถังมากที่สุด ในลาวให้เติม ปั้ม เชล ปตท หรือคาร์เทดนอกจากนั้นระวัง โดน ผสมสารโซเวน หรือดีเซลผสมน้ำ( โดนมากับตัวเองเครื่งเกลือบพัง )
ขอให้เดินทางท่องเที่ยวให้สนุกนะครับ
สงสัยหรือมีเรื่องปึกษาเรื่อง ลาว โทรถามได้ 0840232491/0853404970หรือส่ง อีเมล์ มาที่ Goong_tour@hotmail.com ยินดีตอบทุกท่าน กุ้งครับ
บันทึกการเข้า
vado
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 09:26:11 AM »

กำลังสนใจไปเที่ยวหลวงพระบาง ตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บข้อมูล
ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะขับรถไปเอง หรือนั่งรถโดยสารไป
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ
บันทึกการเข้า
iamkandana
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 11:20:29 AM »

จะไปสิ้นเดือนนี้ นั่งรถโดยสาร ตื่นเต้นๆๆ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!